ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าว-2 ชาติหนีไทยย้ายรง.ไปเขมรปัญหาน้ำท่วม  (อ่าน 239 ครั้ง)

Easthailand

  • Admin
  • น้องใหม่
  • *****
  • กระทู้: 22
  • ความดี: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
โรงงาน 'เกาหลี-ญี่ปุ่น' ย้ายหนีไทยไปเขมรแล้ว หลังท่าทีปัญหาน้ำท่วมไม่จบประกอบกับขึ้นค่าแรงก้าวกระโดด  หอบเงินไปลงทุนเพื่อนบ้านค่าแรง 80 บาทต่อวัน คาดนักลงทุนคิดย้ายฐานผลิตอีกมาก ส่วนผู้ประกอบการ ยัวะ รัฐกู้นิคมฯไม่รวดเร็ว  ด้าน “ไจก้า” ให้ 200 ล้านช่วยสร้างคันกั้นน้ำนิคมฯต้นแบบ พร้อมช่วยศึกษาแผนจัดการน้ำ หลังพบปัญหากทม.คลองเยอะแต่สิ่งกีดขวางเพียบ “กิตติรัตน์-วีรพงษ์” เตรียมบินไปญี่ปุ่นแจงนโยบายรัฐหลังฟื้นฟู  ด้าน กคช.อนุมัติโครงการฟื้นฟู 198 โครงการ 6.8 พันล้านบาท ส่วน กองทุน สวล.ปล่อยกู้กว่า 2 พันล้านบาท
   
เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายกฤษดา ทรัพย์ทวยชน เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า  และอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีและญี่ปุ่นหลายราย ได้พิจารณาย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยแล้ว เนื่อง จากปัญหาน้ำท่วม และนโยบายการขึ้นค่าแรงแบบก้าวกระโดดเฉลี่ยที่ 40% ทั่วประเทศ  ของรัฐบาล ส่วนใหญ่ย้ายไปประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ที่มีปริมาณแรงงานจำนวนมาก และค่าจ้างเฉลี่ยที่ 80 บาทต่อวัน
   
“คราวนี้เป็นการย้ายจริง ๆ ไม่ใช่เป็น การขู่ โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ย้ายออกไปประเทศอื่น เช่น กลุ่มแม็กซอนซิสเต็มส์ จากประเทศเกาหลี หรือแม้แต่มินิแบ ของญี่ปุ่น กำลังพิจารณาย้ายออกจากสวนอุตสาหกรรมโรจนะไป 1 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 3 โรงงาน รวมถึง บางบริษัทก็ขอสละสิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่เคยได้รับด้วย ส่วนผลกระทบความเสียหายในกลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ใน 6 นิคมฯ เบื้องต้นพบว่ามีเครื่องจักรจมน้ำจนเสียหายที่ 120,000  ล้านบาท และมีแรงงาน 170,000 คน” นาย กฤษดา กล่าว
   
นายเชียรช่วง กัลยาณมิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็กซอนซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 3 แห่งในสวนฯโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่า 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งขัดกับรัฐบาลที่ออกมายืนยันตลอดว่านิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งจะรอดหรือแม้การฟื้นฟู ก็ไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วตามที่ประกาศไว้ ทำให้หุ้นส่วนซึ่งเป็นต่างชาติตัดสินใจย้ายฐานการผลิต
   
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีหลายอุตสาหกรรมได้ย้ายฐานการผลิตไปเพื่อนบ้านแล้วหลายรายส่วนใหญ่จะย้ายไปกัมพูชาและเวียดนาม แต่ในอนาคตก็จะย้ายหนีไปพม่ามากขึ้นหากรัฐบาลพม่าสามารถแก้กฎระเบียบในการดึงดูดการลงทุนที่ดี เพราะพม่ามีค่าจ้างประมาณ 80 บาทต่อวัน ปัญหาค่าแรงที่ปรับแบบก้าวกระโดดจนผู้ประกอบการตั้งตัวไม่ทันรวมถึงยังต้องฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วมอยู่ เช่น กลุ่มรองเท้า และกลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เชื่อว่าอยู่ระหว่างการหาลู่ทางลงทุนในเพื่อนบ้านอยู่
   
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังหารือกับนายอิซูมิ อาไร รองประธานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ว่า ไจก้ายืนยันว่าต้องการช่วยเหลือกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วม โดยเบื้องต้นสนับสนุนงบประมาณกว่า 500 ล้านเยน หรือประมาณ 200 ล้านบาท ลงทุนสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมให้นิคมอุตสาหกรรม 1 แห่ง เพื่อเป็นโครงการนำร่อง ส่วนระยะเวลา สถานที่ว่าจะเลือกที่ใด ต้องรอการหารือที่ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนอีก 6 นิคมที่เหลือ ก็จะต้องมีการลงทุนสร้างคันกั้นน้ำโดยเร็วเช่นกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้หารือร่วมกับนายอิซูมิ อาไร เกี่ยวกับแนว ทางการช่วยเหลือและแก้ปัญหาอุทกภัย ซึ่ง ไจก้าพร้อมให้การสนับสนุนในระยะสั้นจะช่วยศึกษาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี โดยจะพิจารณาแนวทางการวางระบบการระบายน้ำให้ รวมทั้งจะช่วยวางแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำตลอดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
   
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ญี่ปุ่นได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือและอยู่ร่วมกับไทยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อุทกภัย ได้มองเห็นปัญหาที่ต้องแก้ไขในช่วงเร่งด่วน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่า มีคูคลองเป็นจำนวนมาก แต่น้ำไม่สามารถระบายออกไปยังแม่น้ำได้ เนื่องจากมีสิ่งสกปรกขวางทางน้ำ และไม่ได้ดำเนินการขุดลอกมาเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายน้ำออกไปจากพื้นที่ได้ในเรื่องของแผนแม่บทที่จะมาช่วยศึกษาเบื้องต้นก็คาดว่าคงจะวางแนวคิดเสร็จภายในต้นเดือน ธ.ค.นี้
   
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ จะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เพื่อชี้แจงแนวทางการฟื้นฟูของรัฐบาลกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น รวมถึง    ภาคเอกชน ทั้งนี้ที่ผ่านมาไจก้าก็ได้ให้ความช่วยเหลือจัดส่งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้มาแล้ว 10 เครื่อง และยืนยันว่าที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือก็ไม่ได้ช่วยแค่ภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว


จาก Daily News Online
วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2554